ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดของ One-Click Ruby Installer ซึ่งปัจจุบันคือเวอร์ชั่น 1.8.6-26 จากนั้นให้เรียกใช้โปรแกรมนี้เพื่อติดตั้งโดยใช้ตัวเลือกที่โปรแกรมติดตั้งกำหนดไว้ให้ได้เลย ไม่ต้องแก้ไขอะไร โปรแกรมจะติดตั้ง Ruby ที่ C:\ruby และติดตั้ง RubyGems ให้โดยอัตโนมัติ เมื่อติดตั้งเสร็จไฟล์ README จะบอกว่าติดตั้งเวอร์ชั่นอะไรของแต่ละโปรแกรมไปบ้าง จากนั้นให้อัพเกรด gems โดยใช้คำสั่ง:
$ gem update --system
ตรวจสอบให้แน่ใจว่า c:\ruby\bin อยู่ใน PATH ของคุณโดยพิมพ์คำสั่ง “ path” ใน command prompt ถ้า PATH ถูกต้องคุณจะสามารถเรียกใช้โปรแกรม ruby.exe ไม่ว่าจะอยู่ในไดเร็คทอรี่ใดก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่เห็น c:\ruby\bin ใน PATH คุณจะต้องเพิ่มมันเข้าไปด้วย (วิธีการเพิ่มก็แล้วแต่ว่าคุณใช้วินโดวส์เวอร์ชั่นไหนอยู่)
จากนั้นให้ติดตั้ง Rails ผ่าน RubyGems โดยพิมพ์คำสั่ง:
$ gem install rails
คำสั่งนี้อาจจะใช้เวลาซักพักใหญ่ๆเพราะว่ามันจะทำการติดตั้งโค้ดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโค้ดของ Rails โค้ดทดสอบ และเอกสารอ้างอิงทั้งแบบ ri และ RDoc เพราะฉะนั้นระหว่างติดตั้งคุณอาจจะไปหาขนมกินเล่นก่อนได้ ในช่วงแรกอาจดูเหมือนว่าคำสั่งแฮงก์ไป แต่ขอให้อดทนรอซักพัก
Rails ไม่อิงกับฐานข้อมูลใดเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นเราจะอธิบายวิธีการติดตั้งฐานข้อมูลที่ฮิตๆสองอันคือ: SQLite และ MySQL
SQLite เป็นฐานข้อมูลเริ่มต้นที่ Rails เลือกใช้เพราะว่าเป็นฐานข้อมูลขนาดเล็กที่เหมาะสำหรับใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นมาก
ก่อนอื่นคุณต้องดาวน์โหลดไฟล์สองไฟล์จากหน้าดาวน์โหลดของ SQLite:
ให้แตกไฟล์ออกมาไว้ในไดเร็คทอรี่ ruby\bin (ปกติจะอยู่ที่ C:\ruby\bin) จากนั้นจึงติดตั้ง sqlite3-ruby gem โดยใช้คำสั่ง:
$ gem install sqlite3-ruby -v 1.2.3
ดาวน์โหลด MySQL Community Server เพื่อติดตั้งฐานข้อมูล ถ้าคุณเขียนโปรแกรม PHP ด้วยลองดู WAMP สำหรับอีกทางเลือกนึงในการติดตั้ง MySQL
ถ้าคุณต้องการใช้ MySQL กับ Rails เวอร์ชั่น 2.1 ขึ้นไป คุณจะต้องติดตั้ง MySQL อแดปเตอร์ด้วย:
$ gem install mysql
จากนั้นจึงแก้ไขไฟล์ database.yml ทีหลังเพราะว่า MySQL ไม่ใช่อแดปเตอร์เริ่มต้นของ Rails
การสร้างโปรเจคใหม่ใน Rails นั้นง่ายมาก แค่พิมพ์คำสั่งนี้ใน command prompt:
$ rails myprojectname
คำสั่งนี้จะสร้างไดเร็คทอรี่ซึ่งมีโครงสร้างของโปรเจคเปล่าๆของ Rails ให้เสร็จ คุณสามารถลองใช้งานโปรเจคนี้โดยไปที่ไดเร็คทอรี่รากของโปรเจค จากนั้นพิมพ์คำสั่ง script/server:
$ cd myprojectname $ ruby script/server
เปิดเบราเซอร์และไปที่ http://localhost:3000/ และคุณก็จะเห็นหน้ายินดีต้อนรับ “ Welcome Aboard” ซึ่งเป็นหน้าเริ่มต้นของโปรเจค Rails ใหม่
โดยปกติแล้ว Rails จะใช้อแดปเตอร์ SQLite3 และสร้างไฟล์ฐานข้อมูลในไดเร็คทอรี่ที่ชื่อ db ถ้าคุณเปิดดูไฟล์ database.yml (ในไดเร็คทอรี่ \config) คุณจะเห็นว่าในไฟล์มีรายการสำหรับฐานข้อมูลต่างๆคือ development, test, และ production ซึ่งแต่ละรายการจะมีหน้าตาประมาณนี้:
development: adapter: sqlite3 database: db/development.sqlite3 pool: 5 timeout: 5000
ตัวอย่างด้านบนหมายความว่าในโหมด development (โหมดพัฒนาโปรแกรม) Rails จะใช้อแดปเตอร์ sqlite3 เพื่อติดต่อกับฐานข้อมูลที่ db\development.sqlite3 นี่อาจจะโอเคสำหรับการพัฒนา แต่เวลาคุณใช้งานจริงในสภาพแวดล้อม production คุณอาจจะเปลี่ยนไปใช้ฐานข้อมูลที่รองรับการใช้งานหนักกว่านี้ได้เช่น MySQL ซึ่งในกรณีนี้คุณจะต้องเปลี่ยนการตั้งค่าให้ชี้ไปที่ฐานข้อมูล MySQL แทน:
development: adapter: mysql database: myprojectname_development username: devrailsuser password: devrailspassword host: localhost
Discussion